บอกตัวเองอยู่เสมอว่า..เมื่อเราตัดสินใจไปเเล้ว ต้องเข้มเเข็งพอที่จะเผชิญกับผลที่ตามมา
เเต่ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บ เหมือนหัวใจสลาย..
รู้สึกเหมือนมีรูโบ๋ใหญ่ๆอยู่ในตัว
ตอนนี้รู้ว่าสิ่งที่หายไปมันไม่ใช่เเค่งานชิ้นหนึ่ง
เเต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
เป็นเสียงหัวเราะที่ดูเหมือนจะไม่มีวันหมด
เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุด
เป็นไหล่ที่ให้เราพักพิงได้ตอนที่เราเหนื่อยล้า..
เป็นที่ที่มีคำปรึกษาที่อบอุ่นให้กับเราเสมอ..
เป็นความสุข
เเบบที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีก..
2 ปีผ่านไปเเต่กลับรู้สึกเหมือนเราได้อยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิต
จากกลุ่มคนเเปลกหน้าที่อยู่ๆก็ได้มาเจอกัน
เริ่มจากการเกาะกลุ่มกันเอง อยู่กันเป็นคู่ๆ กลุ่มเล็กๆ
เเล้วก็ค่อยๆมานั่งด้วยกัน
กินข้าวด้วยกัน
นั่งเมาท์อัพเดทเรื่องนู้นเรื่องนี้
เริ่มเเบ่งของกันใช้
คุยกันเรื่องความรัก
เริ่มโกรธกัน
เริ่มที่จะหัวเราะด้วยกัน..
ร้องไห้ด้วยกัน
เริ่มที่จะรู้จักตัวตนของกันเเละกัน ทั้งดีทั้งร้าย
เเละเริ่มปกป้องกันเองโดยบางครั้งเราก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
อาจจะเป็นเพราะพวกเราผ่านทุกอย่างด้วยกันมามากเหลือเกิน
จนตอนนี้ก็ไม่อาจตอบได้ว่าเราเปลี่ยนจากเพื่อนร่วมงาน
มาเป็นพี่ เป็นเพื่อน เป็นครอบครัวกันตอนไหน
ตอบไม่ได้ว่าเราเริ่มรักกันเมื่อไหร่
อาจจะเป็นเพราะเราเติบโตมาด้วยกันในที่เเห่งนี้
เวลาเหนื่อยก็เหนื่อยเหลือเกิน
เเต่เวลาที่สนุกก็มีความสุขซะจนอธิบายไม่ถูก..
ยังเเปลกใจมาจนทุกวันนี้ว่าตัวเราโชคดีได้มาเจอผู้คนที่เเสนจะพิเศษขนาดนี้ได้ยังไง
.....
วันนี้นั่งรถออกไปข้างนอก
หลังจากนอนอยู่บ้านมาทั้งเช้า
ไม่ว่าจะทำอะไร พยายามเเค่ไหนก็ยิ้มไม่ออก
พอมองออกไปนอกกระจกรถ
ทุกๆที่ที่หันไปเจอมันมีเรื่องราวเต็มไปหมดจริงๆ
ทุกร้านอาหารที่เราเคยไป ที่ที่เราเคยไปถ่ายด้วยกัน
เพลงที่เคยร้องด้วยกันในรถตู้
หรือเเม้เเต่เกมส์ที่เคยเเบ่งกันเล่น
ทุกๆที่ทุกๆอย่าง่มีภาพชัดเจนซะจนไม่อยากจะทำอะไรหรือเห็นอะไรทั้งนั้น
เพราะไม่อยากจะนึกถึงอีกเเล้ว
เพราะความรู้สึกในตอนนี้มันท่วมท้น
มันทำให้รู้สึกเหมือนใจจะขาด เมื่อรู้ว่าตัวเองได้เดินจากมาเเล้วจริงๆ
เคยบ่นเอาไว้เยอะเเยะเวลาทำงานกลับมาบ้านเช้ามืดว่าอยากมีเวลามากกว่านี้
อยากมีเวลานอนดูทีวีอยู่บ้าน
อยากมีเวลาอ่านหนังสือเล่มโปรด
ไปเที่ยวเล่น ไปเรียน
วันนี้มีเวลามากขึ้นเเล้ว
เเต่สิ่งที่เคยคิดว่าถ้ามีเวลาทำเเล้วน่าจะมีความสุขกลับไม่ได้เป็นไปตามที่คิดซะทีเดียว
การนอนดูทีวีก็ไม่สบายเหมือนเก่า
หนังสือเล่มเดิมก็ไม่สนุกอีกเเล้ว
เพราะอะไร..
เพราะรู้ว่าอ่านเสร็จเเล้ว ดูทีวีเเล้ว เที่ยวเสร็จเเล้ว
ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ...
การได้มีเวลาอาจจะเป็นเรื่องดี
เเต่มันคุ้มกันไหม
ที่จะเเลกกับการที่จะต้องเสียความสุขกับการได้หัวเราะ
เเละเหนื่อยไปกับผู้คนที่เรารักเหลือเกิน
มันจะมีอะไรที่สนุกกว่าตอนที่เราได้อยู่ด้วยกัน"พร้อมหน้า"
ในวันนี้เข้าใจดีว่าการตัดสินใจที่ทำลงไปเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้
เพราะถึงจะไม่เดินจากมาตอนนี้ ก็จะมีคนเดินจากเราไปอยู่ดี
เเละเราก็ไม่มีวันที่จะมีความสุขได้เหมือนวันเก่าๆที่"ทุกคน"ได้อยู่ข้างกัน
สิ่งที่เลือกตอนนี้จะส่งผลดีสักวันนึง ในวันที่เราจะผ่านช่วงปรับตัวที่เจ็บปวดนี้ไป
ในวันที่เราจะสามารถเปลี่ยนความเสียใจนี้ให้กลายเป็นความคิดถึงที่จะทำให้เรายิ้มได้
วันข้างหน้าจะคิดถึงเสียงหัวเราะเเละรอยยิ้มของทุกคนโดยไม่ต้องร้องไห้
เเด่ความทรงจำที่มีค่า
Good Bye Strawberry Cheesecake
I give you my heart.
***********************************
"เดินจับมือกัน ทุกข์สุขด้วยกัน
หัวเราะร้องไห้ด้วยกันมานานเท่าไหร่
ฉันไม่เคยลืมจากใจ
วันที่เรายิ้ม วันที่ทะเลาะ
ภาพวันและคืนเหล่านั้นที่ยังงดงามไม่เคยเปลี่ยนไป
ยังคงเป็นดังเหมือนกับเมื่อวาน อยู่ในส่วนลึกความทรงจำ
แต่ต่างกันแค่เพียงในตอนนี้
ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้าง ๆ
เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง มาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ
ที่เคยเกิดขึ้นกับฉันเพราะเธอ
เพลงและของขวัญ ตั๋วจากโรงหนัง
จดหมายที่ส่งให้กันในวันที่ห่างฉันนั้นยังคงเก็บไว้
วันที่เหนื่อยล้า ถ้อยคำที่ปลอบใจ
ภาพวันและคืนเหล่านั้นที่ยังงดงามไม่เคยเปลี่ยนไป
ยังคงเป็นดังเหมือนกับเมื่อวาน อยู่ในส่วนลึกความทรงจำ
แต่ต่างกันแค่เพียงในตอนนี้
ไม่รู้ว่าเธอ ไม่รู้ว่าจะได้ยินเพลงนี้หรือยัง
อยากจะให้เธอช่วยมารับฟัง ว่าฉันนั้นคิดถึง
ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้าง ๆ
เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง มาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ
ที่เคยเกิดขึ้นกับฉันครั้งหนึ่ง
ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่าง ที่ผ่านมาด้วยกัน
นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้น ๆ
ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน เพราะเธอ"
su su na!
Mai peng rai na p'gypso
deaw arai arai kor dee kuen Eng na
Su tor pai na!